ลูกฉันเป็นคนดี

November 26, 2020 By Nina Hunt Off

                หลาย ๆ คนคงเจอคำนี้บ่อยมากในโซเซียล ซึ่งผมก็เจอมาบ่อยเหมือนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้นหล่ะ เป็นคนดีกับใคร กับแค่คุณหรือป่าว หรือแค่อ้างไปว่าเป็นคนดีเพื่อให้ความผิดมันดูเบาลง หรือว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนดีจริง ๆ คำเหล่านี้จะเห็นได้บ่อยมาก ๆ กับพ่อแม่ของเด็กบางคน หรือบางกลุ่มที่ทำอะไรลงไปแล้วอ้างไปก่อนว่าคนฝ่ายเราไม่ได้ผิด เขาไม่ใช่คนแบบนั้น หรือเขาเป็นคนดีนั่นเอง 

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง ๆ หนึ่ง ที่มาของคำว่า ลูกฉันเป็นคนดี ผมเป็นอาสากู้ภัย ที่วันนั้นผมได้เข้าเวรอยู่พอดี มีวอดังขึ้นมาว่ามีเด็กวัยรุ่นตีแถว ๆ หลังโรงเรียน โดยฝั่งนึงจะเป็นโรงเรียนนึง อีกฝั่งก็เป็นอีกโรงเรียนนึง ผมไปถึงที่เกิดเหตุ มีนักเรียนบาดเจ็บ 4 คน โดนของมีคมฟันเข้าบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายแต่ที่น่าเศร้ากว่านั้นมันมีเด็กคนนึงที่ไม่รอดนะสิครับ เขาได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเพราะถูกของแหลมแทงเข้าบริเวณหน้าอก ตอนนั้นเด็กนักเรียนอีกกลุ่มก็แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ตำรวจตามเรื่องอยู่สองสามวันก็ได้ตัวอีกกลุ่ม หนึ่งในนั้นมีคนที่แทง ซึ่งดูเหมือนว่าครอบครัวของเด็กพวกนั้นจะมาด้วยทั้งหมด เด็กก็ได้แต่บอกว่าผมทำไปโดยไม่ได้มีเจตนา

        “รู้เท่าไม่ถึงการณ์

คำเหล่านั้นผมฟังจนเอียน ตอนพวกคุณทำพวกคุณไม่คิด พอกำลังจะโดนผลที่ตามมากลับมาขอโทษ รู้สึกผิด ซึ่งผมเชื่อว่ากลับไปก็รวมกลุ่มกันอีก มีโอกาสก็ตีกันอีก เพราะว่ามันไม่ใช่ครั้งแรก แต่พอตำรวจสอบถามพยานหลักฐานมาได้ครบ เชื่อไหมครับ ว่าเด็กที่เป็นคนแทงไม่ได้มีเจตนาฆ่าจริง ๆ กลุ่มที่เข้ามาทำร้ายหรือเริ่มก่อนคือกลุ่มเด็กที่มีคนเสียชีวิต เรื่องราวมันเริ่มจากต่างสถาบัน เด็กกลุ่มที่เสียชีวิต ยกพวกมาเพื่อที่จะทำร้ายกลุ่มต่างสถาบันโดยเตรียมอาวุธมาครบมือ จังหวะชุลมุน เด็กที่ตายได้เอามีดไล่ฟัน จังหวะที่กลุ่มเด็กอีกกลุ่มป้อมกันตัวได้คว้าเหล็กแถวนั้น จึงแทงไปบริเวรหน้าอกของอีกฝ่ายที่กำลังไล่ฟันเขาอยู่ ทำให้เด็กคนนั้นหมดสติและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พ่อและแม่เด็กคนนั้นก็ต่างเสียใจและพูดออกมาตลอดว่า ลูกฉันผิดอะไร เขาไปทำอะไรให้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าลูกตัวเองเป็นคนเกเร แต่ไม่ฟังใคร เพราะต้องเอาลูกตัวเองถูกลูกตัวเองดีไว้ก่อน ผมไม่ได้ตอกย้ำใครนะครับ ผมแค่อยากจะบอกว่า ผิดก็ว่าไปตามผิดเถอะครับ รู้ว่าเป็นคนของเรา ลูกของเรา แต่ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะอะไร ขาดการอบรม ขาดการดูแลเอาใจใส่ทั้งนั้น เด็กหนึ่งคนจะไม่สามารถเลือกและคิดไปเองได้ถ้าไม่มีคนจูงและชี้ทาง ก็เหมือนผ้าขาวแหละครับ ถ้าเราเอาสีขาวไปทา ผ้าก็จะขาวอยู่แบบนั้น หากเราเอาสีดำไปทา มันก็เป็นสีดำ เราเป็นคนทำให้ลูกเป็นแบบนั้นเอง เราก็ต้องยอมรับมัน อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา อย่าอ้างว่าครูไม่สอน ครูสอนไป พ่อแม่ไม่ทำให้เห็นหรือทำอีกอย่าง ก็ไม่มีประโยชน์ครับ 

               สุดท้ายแล้วผมอยากจะบอกกับพ่อแม่ที่ลูกกำลังจะเข้าสู่สังคมว่า การอบรมสั่งสอนให้เขาอยู่ในกรอบตอนนี้ยังทันครับ ยังช่วยให้เขาเป็นคนดีจริง ๆ ได้ พยายามมีเวลาให้เขาบ่อย ๆ เพราะเด็กจะทำตามพ่อแม่มากกว่าครูครับ เด็กจะฟังพ่อแม่ที่สุด ถ้าพ่อแม่ปล่อย เด็กก็จะไม่มีที่พึ่ง เจอเพื่อนที่เกเร เด็กก็จะไปทางนั้นครับ แต่ถ้าได้เพื่อนดีก็ดีไป แล้วถ้าไม่ดีหล่ะ เราเลือกเองได้ทั้งหมด อยากให้ลูกเราเป็นแบบไหนเราก็อบรบสั่งสอนไปแบบนั้น เขาไม่ได้เป็นไปในแบบที่เราคิดไว้ 100% หรอกครับ แต่ก็ใกล้เคียงกันได้ แค่ไม่ให้เขาเดินทางผิดก็พอ เพราะถ้าโตมาแล้วมันจะเปลี่ยนก็ลำบากแล้ว อยากคำโบราณที่บอกไว้ว่า ไม่อ่อนดัดง่าย ไม้แก้ดัดยากครับ