รีวิวหนัง Spider-Man: Far From Home – สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

July 28, 2021 By Nina Hunt Off

เรื่องย่อหนัง Spider-Man Far From Home

หนัง Spider-Man Far From Home หรือชื่อไทยว่า สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม ทางค่าย
Sony Pictures และ Marvel Studios ได้ทำการปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มฉบับใหม่ของซูเปอร์ฮีโร่ไอ้แมงมุมภาคต่ออย่างSpider-Man: Far From Home ที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจาก Avengers: Endgame Peter Parker ได้ออกไป
ทัศนศึกษาในช่วงวันหยุดฤดูร้อนในยุโรปพร้อมกับเพื่อนๆและในช่วงที่เขาห่างจากบ้านอยู่ต่างประเทศนี้เองก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาต้องไปประสานมือรวมทีมกับ Mysterio เพื่อต่อสู้กับเหล่าวายร้าย The Elementals. ภายในตัวอย่างฉบับใหม่นี้ไม่เพียงแค่จะเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่องส่วนสำคัญใน Avengers: Endgame แต่มันยังยืนยันข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า ตัวละคร Mysterio ของ Jake Gyllenhaal มาจากโลกมิติอื่น หรือมัลติเวิร์ส ที่ตื่นขึ้นเพราะพลังของมณี อีกด้วย Spider-Man: Far From Home นำแสดงโดย Tom Holland, Zendaya, Marisa Tomei, Michael Keaton, Jon Favreau และJacob Batalon ร่วมสมทบโดยการกลับมารับบทอีกครั้งของนักแสดงจาก MCU อย่าง Samuel L. Jackson รวมทั้ง Coby Smuldersในบท Nick Fury รวมทั้ง Maria Hill

เรื่องราวหนัง Spider-Man Far From Home

Spider-Man Far From Home เป็นหนังปิด Phase 3 ที่แท้จริงของจักรวาล MCU ที่ในตอนแรกพวกเรา
นึกว่าจะเป็น Endgame ที่ปิดซะอีก ซึ่งในภาคนี้จะเล่าราวต่อจากใน Endgame หลังจากการเสียสละสุดยิ่งใหญ่ของ Tony Stark ทำให้ Peter ต้องมาแบกรับกับความสูญเสียนั้น แถมยังต้องแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในฐานะฮีโร่คนหนึ่งด้วย ทำให้เขาอยากพักผ่อนไปใช้ชีวิตวัยรุ่นที่เขาไม่ได้ใช้บ้าง แต่แล้วก็ซวยอีก เมื่อมีภัยครั้งใหม่มาปรากฏตัวขึ้นอีกต้องบอกเลยว่าเป็นหนังฮีโร่ที่มีความเป็น คอเมดี้ ผสม coming-of-age อยู่ด้วยได้อย่างลงตัว คือเราจะได้เห็นความเป็น Peter ในรูปแบบคนธรรมดาที่ตามจีบ MJ กับการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆในฐานะฮีโร่คนหนึ่ง ที่แฝงไปด้วยมุกตลกอยู่เป็นช่วงๆผสมโรงด้วยตัวประกอบที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี แบ่งบทตัวละครได้อย่างลงตัวสุดๆกลมกล่อมมาก เราชอบภาคนี้มากกว่า Home Coming ซะอีก ถ้าตัดความเป็นหนังฮีโร่ในจักรวาล MCU ออกไป มันก็คือหนังรอมคอม ที่ฉาบหน้าไปด้วย
Spider-Man ดีๆเนี่ยแหละ และที่สำคัญมันไม่ได้ด้อยไปในด้านไหนด้านนึงเลย เพราะบทก็ยังคงรักษาความเป็น “เพื่อนบ้านผู้แสนดี” เอาไว้เล่าอยู่ดี ไม่ได้ใหญ่เกิน ไม่ได้เล็กเกิน บาลานซ์ความเป็นมนุษย์และฮีโร่ได้ลงตัวโคตร น่าปรบมือให้ตรงนี้สุดๆ
แต่ในด้านของความเป็น Spider-Man ในภาคนี้ค่อนข้างต่างจากภาคอื่นพอสมควร นั่นเป็นความรู้สึกแรกเลยที่จับต้องได้ว่า “Spider-Man ในภาคนี้ดูจริงจัง ไม่ขี้เล่นและพูดมากเหมือนภาคก่อนๆ” อาจจะเพราะด้วยความเป็นฮีโร่ ความเป็น Spider-Man ที่ต้องมารับหน้าที่ปกป้องโลกภายหลังการตายของยอด Avengers อย่าง Tony Stark (Iron Man) คนต่างก็ตั้งคำถาม

กับเขาว่า “ใครจะเป็น Iron Man คนต่อไป” มันอาจจะค่อนข้างจะมากยิ่งเกินไปสำหรับเด็กคนหนึ่ง เลยทำให้เขาบางทีอาจจะเป็นอย่างงั้น

สิ่งจำเป็นของหนังประเด็นนี้เลยเป็นคุณจำต้องเคยมองเรื่องอื่นๆของ MCU มาก่อน เพื่อได้รู้เรื่องอารมณ์รวมทั้งความรู้สึกของตัวละครได้ดียิ่งขึ้น ชอบการที่หนังในภาคนี้ทำให้พวกเราได้รำลึกถึง Tony Stark อยู่เนืองๆตลอดทั้งเรื่อง ดั่งประโยคที่ Peter บอก “ผมไปที่ไหนผมก็เห็นแต่หน้าเขา ผมคิดถึงเขา” และไอ้ประโยคเดียวกันนี้ก็ยังส่งผ่านมาหาผู้ชมให้ได้รู้สึกแบบเดียวกัน

มาทางด้านการแสดงกันบ้าง ภาคนี้ Tom Holland ยกระดับการแสดงขึ้นมาอีกระดับเลย นอกจากเราจะได้เห็นความฮา และความเนิร์ดของเจ้าตัวแล้ว ภาคนี้เราจะได้เห็นน้อง Tom เล่นบทดราม่าที่ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว รวมไปถึงเคมีอันน่ารักของน้อง Peter กับ MJ ที่แตกต่างกับภาคอื่นชัดเจน แต่น่ารักแบบบอกไม่ถูกเหมือนกัน ยิ่ง MJ ในภาคนี้มีเสน่ห์ขึ้นกว่าภาคแรกมาก บอกไม่ถูกเหมือนกัน ต้องชมการแสดงของน้อง Zendaya เลยจริงๆที่สำคัญ Jake Gyllenhaal แสดงดีมากกกก ยังคงความเป็นนักแสดงมากความสามารถ แสดงได้ไม่น่าผิดหวังเลย

แต่มันก็มีสิ่งที่ขัดๆอยู่บ้าง 1 เรื่องคือเนื้อเรื่องมันเดาไม่ยากเท่าไหร่ (อาจจะเพราะด้วยความเราอ่านเนื้อเรื่องมาจากคอมิกส์อยู่บ้าง) และที่สำคัญเลยหลายฉากมาก ความไม่ต่อเนื่องของตัวละคร เช่น ฉากพึ่งสู้กัน หน้าเลอะเทอะ เละเทะ ผมยุ่งเหยิง ตัดมาอีกฉากเซ็ตผมหน้าใสซะงั้น อีกทั้ง CG ในภาคนี้มันไม่ลอยนะ แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนเกมส์ ราวกับการ์ตูนไปสักหน่อย มันไม่ค่อยสวยงามหรือดูสมจริงสักเท่าไหร่

สรุป

Spider-Man Far From Home ไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟ็คในแง่การเป็นหนังปิด Phase 3 แต่ว่ามันเป็นหนังปิดที่เหมาะสมแล้ว และเป็นหนัง Spider-Man ที่สนุกเรื่องนึงเลยทีเดียว แถมยังทิ้งทวนได้น่าติดตามเพื่อนำไปสู่ Phase 4 ได้อย่างดีเลยทีเดียว